E02-SPE · PUBLIC TRAINING
ผู้บริหาร/ผู้จัดการจัดซื้อ, Category Manager, Plant Manager และผู้รับผิดชอบความต่อเนื่องธุรกิจ
ความเสี่ยงซัพพลายเชนยังเป็นแค่สีแดง-เหลือง-เขียว เมื่อขาดแคลนหรือหยุดผลิต ไม่มีตัวเลขพอให้ตัดสินใจว่าจะลงทุนเพิ่มเพื่อป้องกันหรือไม่ คำนวณ Cost of Disruption และจัดลำดับความเสี่ยงด้วยมูลค่าจริง
29 ตุลาคม 2569 นครราชสีมา · 09.00–16.00 น.
“ถ้าคู่ค้าหยุดส่งหนึ่งสัปดาห์ เสียหายเท่าไร?” ภาพจำลองประกอบหลักสูตร ไม่ใช่ภาพลูกค้าหรือกิจกรรมอบรมจริง
ผู้บริหารจัดซื้อเชิงกลยุทธ์: กลยุทธ์ ภาวะผู้นำ และความยืดหยุ่นห่วงโซ่อุปทาน Strategic Procurement Executive: Strategy, Leadership and Supply Chain Resilience
ปัญหาที่เกิดขึ้นในงานจริง
เรื่องนี้ไม่ได้จบแค่รู้ว่าเสี่ยง แต่ไม่รู้มูลค่า 01 รู้ว่าเสี่ยง แต่ไม่รู้มูลค่า สีใน Risk Heat Map ไม่บอกว่าความเสี่ยงใดควรได้งบก่อน
02 มองไม่เห็นช่วงที่โรงงานอยู่ไม่ไหว ผู้ขายอาจฟื้นตัวช้ากว่าช่วงเวลาที่องค์กรมีอะไหล่หรือวัตถุดิบรองรับ
03 ขอเงินป้องกันยาก ไม่มีตัวเลข Cost of Disruption ให้เปรียบเทียบกับเงินที่ต้องลงทุนเพิ่ม
โจทย์ที่ชวนกลับมาทบทวน ถ้าคู่ค้าหยุดส่งหนึ่งสัปดาห์ เสียหายเท่าไร?
สิ่งที่จะได้ฝึกใน E02-SPE
คำนวณ Cost of Disruption และจัดลำดับความเสี่ยงด้วยมูลค่าจริง คำนวณความเสียหายต่อวันและช่องว่าง TTR–TTS ของคู่ค้ารายหลัก เพื่อทำ Risk Heat Map ที่มีมูลค่าประกอบ
เครื่องมือและแนวคิดในหลักสูตร
01 / LEARNING ถอดเป้าหมายองค์กรสู่ Procurement Strategy และ OKRs 02 / LEARNING วัด Cost of Disruption เป็นตัวเงิน 03 / LEARNING เทียบ Time-to-Recover กับ Time-to-Survive 04 / LEARNING ทำรายงานความเสี่ยง 1 หน้าเสนอบอร์ดหรือสำนักงานใหญ่ WORKSHOP ที่เชื่อมกับโจทย์หน้านี้ Cost of Disruption Calculation (คำนวณความเสียหายต่อวันของสายการผลิตตนเอง)
คำนวณความเสียหายต่อวันและช่องว่าง TTR–TTS ของคู่ค้ารายหลัก เพื่อทำ Risk Heat Map ที่มีมูลค่าประกอบ
เนื้อหาหลักสูตร
4 โมดูลเชื่อมหลักคิดกับการลงมือ Onsite · บรรยาย กรณีศึกษา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และ Workshop ตามเอกสารหลักสูตร
ดาวน์โหลดรายละเอียดหลักสูตร ↗ 01 จากวิสัยทัศน์องค์กรสู่กลยุทธ์จัดซื้อ Procurement Evolution: การเปลี่ยนผ่านบทบาทจาก Tactical Buying สู่ Strategic Procurement และผู้จัดซื้อในฐานะ Strategic Partner ของผู้บริหารระดับสูง Strategic Hierarchy: ความเข้าใจเชิงลึกในลำดับชั้น Mission, Vision, Goal, Objective, Core Values, Strategy และ Action Plan ของทั้งองค์กร
ดูหัวข้อทั้งหมดในโมดูล Procurement Evolution: การเปลี่ยนผ่านบทบาทจาก Tactical Buying สู่ Strategic Procurement และผู้จัดซื้อในฐานะ Strategic Partner ของผู้บริหารระดับสูง Strategic Hierarchy: ความเข้าใจเชิงลึกในลำดับชั้น Mission, Vision, Goal, Objective, Core Values, Strategy และ Action Plan ของทั้งองค์กร Procurement Strategy Map: การถอดวิสัยทัศน์องค์กรลงสู่เป้าหมายของฝ่ายจัดซื้อให้สอดคล้องกัน (Cascading) Balanced Scorecard: การแปลงวิสัยทัศน์เป็น 4 มุมมอง คือ Financial, Customer, Process และ Learning สำหรับงานจัดซื้อ Supply Positioning Strategy: การวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ตามมิติของ Spend และ Risk แบ่งสินค้าเป็น 4 กลุ่ม Strategic, Leverage, Bottleneck และ Routine 02 OKRs, KPI Cascading และภาวะผู้นำจัดซื้อ OKRs Foundation: หลักการ Objective and Key Results ที่ใช้โดยองค์กรชั้นนำระดับโลก ซึ่งเน้นการตั้งเป้าหมายแบบท้าทาย (Stretch Goal) KPIs vs OKRs: ความแตกต่างระหว่างตัวชี้วัดผลงาน (KPIs) กับการตั้งเป้าหมายแบบท้าทาย (OKRs) และเมื่อไรควรใช้อะไร
ดูหัวข้อทั้งหมดในโมดูล OKRs Foundation: หลักการ Objective and Key Results ที่ใช้โดยองค์กรชั้นนำระดับโลก ซึ่งเน้นการตั้งเป้าหมายแบบท้าทาย (Stretch Goal) KPIs vs OKRs: ความแตกต่างระหว่างตัวชี้วัดผลงาน (KPIs) กับการตั้งเป้าหมายแบบท้าทาย (OKRs) และเมื่อไรควรใช้อะไร Cascading and Alignment: เทคนิคการถ่ายทอดเป้าหมายจากบนลงล่าง และการปรับจูนเป้าหมายระหว่างแผนก (Cross-functional Alignment) Procurement OKRs Examples: ตัวอย่าง OKRs ที่ใช้จริงในงานจัดซื้อ ทั้งด้าน Cost Reduction, Supplier Performance, Process Efficiency และ Sustainability Quarterly Check-in and Reset: รอบการทบทวนรายไตรมาสและการปรับเป้าหมายเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน พร้อมเทคนิคการรายงานความคืบหน้า Zone to Win Framework: การบริหาร 4 Zone คือ Performance, Productivity, Incubation และ Transformation เพื่อนำองค์กรผ่านการเปลี่ยนแปลง Adversity Quotient (AQ): การพัฒนาความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรค ตามมิติ Control, Origin และ Ownership, Reach และ Endurance 03 การวัดความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานเป็นตัวเงิน Business Impact Analysis (BIA): หลักการตามมาตรฐาน ISO 22301 ทั้ง MTPD คือระยะเวลาสูงสุดที่องค์กรทนการหยุดชะงักได้ และ RTO คือเป้าหมายเวลาฟื้นตัว ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ทำให้ความเสี่ยงกลายเป็นตัวเลขที่รายงานผู้บริหารได้ Cost of Disruption: สูตรคำนวณความเสียหายต่อวันที่สายการผลิตหยุด ทั้ง Lost Margin, Idle Labor, Expedite Cost, ค่าปรับลูกค้า และต้นทุนการสูญเสียลูกค้าในระยะยาว
ดูหัวข้อทั้งหมดในโมดูล Business Impact Analysis (BIA): หลักการตามมาตรฐาน ISO 22301 ทั้ง MTPD คือระยะเวลาสูงสุดที่องค์กรทนการหยุดชะงักได้ และ RTO คือเป้าหมายเวลาฟื้นตัว ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ทำให้ความเสี่ยงกลายเป็นตัวเลขที่รายงานผู้บริหารได้ Cost of Disruption: สูตรคำนวณความเสียหายต่อวันที่สายการผลิตหยุด ทั้ง Lost Margin, Idle Labor, Expedite Cost, ค่าปรับลูกค้า และต้นทุนการสูญเสียลูกค้าในระยะยาว Time-to-Recover (TTR): ระยะเวลาที่คู่ค้าแต่ละรายใช้ฟื้นตัวหลังเกิดเหตุ และวิธีเก็บข้อมูลนี้จากคู่ค้าจริงโดยไม่ถูกปฏิเสธ Time-to-Survive (TTS): ระยะเวลาที่โรงงานเดินต่อได้ด้วยสต็อกปัจจุบัน และเหตุผลที่ช่องว่างระหว่าง TTR กับ TTS คือความเสี่ยงที่แท้จริง Risk Exposure Scoring: การให้คะแนน Likelihood, Impact และ Detectability เพื่อจัดลำดับคู่ค้าด้วยตัวเลขเดียวที่ใช้ตัดสินใจในที่ประชุมได้ Supply Chain Mapping ถึง Tier 2-N: การวิเคราะห์โครงสร้างห่วงโซ่อุปทานให้ลึกกว่าคู่ค้าตรง และเทคนิคการขอข้อมูลซัพพลายเออร์ของซัพพลายเออร์ Single Point of Failure และ Hidden Concentration: การระบุจุดที่คู่ค้าเพียงรายเดียวหยุดแล้วสายการผลิตหยุดตามทั้งสาย รวมถึงความเสี่ยงที่มองไม่เห็นบนกระดาษ เช่น คู่ค้าคนละรายแต่ใช้โรงหลอม โรงชุบ หรือผู้ผลิตแม่พิมพ์รายเดียวกัน Risk Heat Map ที่ผู้บริหารใช้ได้จริง: การจัดทำแผนที่ความเสี่ยงตามมิติ Likelihood และ Impact โดยกำกับมูลค่าความเสียหายเป็นตัวเงินทุกช่อง ไม่ใช่เพียงระบุระดับสี 04 กลยุทธ์ความยืดหยุ่น แผนรับมือ และการรายงานต่อบอร์ด Cost vs Resilience Trade-off: ความยืดหยุ่นมีราคาเสมอ หลักการคิดว่าควรจ่ายเพิ่มเท่าใดจึงคุ้ม และเหตุผลที่การตัดสินใจนี้เป็นอำนาจของผู้บริหาร ไม่ใช่ของนักจัดซื้อ Multi-Sourcing และ Geographic Diversification: การกระจายแหล่งจัดหาแบบ Dual Source 50/50, Lead-Lag 70/30 และ Backup Qualified รวมถึงการกระจายเชิงภูมิศาสตร์แบบ China+1, Nearshoring และ Friendshoring พร้อมต้นทุนและข้อแลกเปลี่ยนของแต่ละรูปแบบ
ดูหัวข้อทั้งหมดในโมดูล Cost vs Resilience Trade-off: ความยืดหยุ่นมีราคาเสมอ หลักการคิดว่าควรจ่ายเพิ่มเท่าใดจึงคุ้ม และเหตุผลที่การตัดสินใจนี้เป็นอำนาจของผู้บริหาร ไม่ใช่ของนักจัดซื้อ Multi-Sourcing และ Geographic Diversification: การกระจายแหล่งจัดหาแบบ Dual Source 50/50, Lead-Lag 70/30 และ Backup Qualified รวมถึงการกระจายเชิงภูมิศาสตร์แบบ China+1, Nearshoring และ Friendshoring พร้อมต้นทุนและข้อแลกเปลี่ยนของแต่ละรูปแบบ Buffer Strategy: การวางสต็อก Safety Stock, Strategic Reserve และ Vendor-Managed Inventory โดยคำนวณจำนวนวันที่ต้องกันสำรองจากช่องว่างระหว่าง TTR กับ TTS โดยตรง Long-Term Agreement และ Capacity Booking: การทำสัญญาระยะยาวและการจองกำลังการผลิตเพื่อล็อกซัพพลายในยามขาดแคลน ทั้งเงื่อนไข Take or Pay และ Volume Commitment Shortage, Allocation และ Force Majeure Playbook: การซื้อล็อตสุดท้ายก่อนเลิกผลิต การเจรจาโควตาเมื่อคู่ค้าจัดสรรของ การซื้อในตลาดจร และการตรวจสอบว่าข้ออ้างเหตุสุดวิสัยของคู่ค้าฟังขึ้นหรือไม่ Supplier Failure Response: การกู้แม่พิมพ์ เครื่องมือ และแบบเมื่อคู่ค้าหยุดกิจการ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และระยะเวลาจริงในการย้ายสายการผลิตไปผู้ผลิตรายใหม่ Crisis Command and Decision Rights: การกำหนดล่วงหน้าว่าใครมีอำนาจตัดสินใจเรื่องใดในวงเงินเท่าใดในยามวิกฤต แทนการมาตกลงกันตอนเกิดเหตุ Executive Reporting และ Data Story Telling: การออกแบบ Dashboard ที่ผู้บริหารอ่านเข้าใจใน 30 วินาที และเทคนิคการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเรื่องเล่าที่มีพลังโน้มน้าว Board and HQ Reporting: การจัดทำรายงานความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานความยาว 1 หน้าที่ส่งขึ้นคณะกรรมการหรือสำนักงานใหญ่ได้ ทั้งโครงสร้างรายงาน ตัวเลขที่ต้องมี และวิธีเสนอทางเลือกพร้อมราคา
4 WORKSHOP · ฝึกปฏิบัติตามหลักสูตร
เรียนแล้วได้ฝึกอะไรบ้าง? 01 / WORKSHOP Strategy Map and OKRs Drafting ถอดเป้าหมายองค์กรลงสู่ OKRs ของฝ่ายจัดซื้อ
02 / WORKSHOP Cost of Disruption Calculation คำนวณความเสียหายต่อวันของสายการผลิตตนเอง
03 / WORKSHOP TTR-TTS Gap Analysis และ Risk Heat Map ติดมูลค่า หาช่องว่างของคู่ค้า 5 รายหลัก
04 / WORKSHOP Executive Risk Report 1 หน้า เขียนรายงานที่นำกลับไปเสนอผู้บริหารได้ทันที
โจทย์บนหน้านี้เป็นตัวอย่างการประยุกต์ใช้ รายการ Workshop ยึดตามเอกสารหลักสูตร
ผู้ถ่ายทอดประสบการณ์
เชื่อมเครื่องมือ กับโจทย์การทำงานจริง ประสบการณ์กว่า 20 ปี อ.ศุภโชค โชติสถิตกุล
ประสบการณ์กว่า 20 ปี ในงาน Procurement, Supply Chain และ Business Management ครอบคลุมอุตสาหกรรมการผลิต ก่อสร้าง อาหาร และอสังหาริมทรัพย์ เชี่ยวชาญการพัฒนาระบบจัดซื้อ การบริหารซัพพลายเชน และการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์การทำงานจริงในภาคธุรกิจ รูปแบบการอบรม (Training Format)
ถ่ายทอดผ่านการบรรยาย กรณีศึกษา การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการฝึกปฏิบัติในห้องอบรม
เหมาะกับใคร
ผู้รับผิดชอบงาน ที่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดให้เป็นการลงมือ ผู้บริหารและผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ, Category Manager, Plant Manager, ผู้จัดการฝ่ายซัพพลายเชนและฝ่ายปฏิบัติการ, ผู้บริหารสายการผลิตที่รับผิดชอบความต่อเนื่องของธุรกิจ และผู้ที่กำลังเตรียมขึ้นสู่ระดับบริหาร
ความรู้พื้นฐานที่ควรมี:ควรมีประสบการณ์ในงานจัดซื้อหรือซัพพลายเชนระดับหัวหน้างานขึ้นไปผู้เรียนที่นำข้อมูลคู่ค้ารายหลักและตัวเลขกำลังการผลิตขององค์กรติดมาด้วย จะสามารถทำ Workshop ด้วยข้อมูลจริงและนำผลกลับไปเสนอผู้บริหารได้ทันที ใช้เฉพาะข้อมูลที่ได้รับอนุญาต และปกปิดข้อมูลอ่อนไหวก่อนนำมาแลกเปลี่ยน สอบถามรายการอุปกรณ์และไฟล์ที่ต้องเตรียมก่อนวันอบรม
E02-SPE · รอบนครราชสีมา
29 ตุลาคม 256909.00–16.00 น. · อบรม 6 ชั่วโมง
ผู้บริหารจัดซื้อเชิงกลยุทธ์: กลยุทธ์ ภาวะผู้นำ และความยืดหยุ่นห่วงโซ่อุปทาน Strategic Procurement Executive: Strategy, Leadership and Supply Chain Resilience
4,300 บาท / คน / หลักสูตร ราคาปกติตามตารางอบรม
รวมอาหารกลางวันและอาหารว่าง
ไม่มีส่วนลด Early Bird ตามตารางอบรม
สอบถามยอดรวมภาษีและเงื่อนไขในใบเสนอราคาก่อนชำระเงิน
โรงแรม The Imperial Hotel and Convention Centre Korat นครราชสีมา · ตาม Training Schedule rev05 บริษัทขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนวันและสถานที่ตามความเหมาะสม กรุณายืนยันกับเจ้าหน้าที่ก่อนชำระเงิน
ก่อนตัดสินใจสมัคร
คำถามก่อนเข้าเรียน หน้านี้เน้นเรื่องใดเป็นพิเศษ? คำนวณความเสียหายต่อวันและช่องว่าง TTR–TTS ของคู่ค้ารายหลัก เพื่อทำ Risk Heat Map ที่มีมูลค่าประกอบ ทุกหน้าของ E02-SPE เป็นหลักสูตรและรอบอบรมเดียวกัน แต่สื่อสารจากโจทย์ที่ต่างกัน
ต้องมีพื้นฐานอะไรบ้าง? ความรู้พื้นฐานที่ควรมี:ควรมีประสบการณ์ในงานจัดซื้อหรือซัพพลายเชนระดับหัวหน้างานขึ้นไปผู้เรียนที่นำข้อมูลคู่ค้ารายหลักและตัวเลขกำลังการผลิตขององค์กรติดมาด้วย จะสามารถทำ Workshop ด้วยข้อมูลจริงและนำผลกลับไปเสนอผู้บริหารได้ทันที
มีการฝึกปฏิบัติหรือไม่? มี 4 Workshop ตามเอกสารหลักสูตร โดยกิจกรรมที่เชื่อมกับโจทย์หน้านี้คือ Cost of Disruption Calculation (คำนวณความเสียหายต่อวันของสายการผลิตตนเอง)
ขอข้อมูลเพื่อเสนอ HR ได้อย่างไร? ติดต่อ LINE หรืออีเมล แจ้ง E02-SPE วันที่ 29 ตุลาคม 2569 พร้อมชื่อบริษัทและจำนวนผู้สนใจ เพื่อขอรายละเอียดหลักสูตรและใบเสนอราคา
สอบถามอบรมภายในองค์กรได้ไหม? แจ้งโจทย์ขององค์กร กลุ่มผู้เรียน และจำนวนคนผ่านช่องทางติดต่อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เสนอรายละเอียดและเงื่อนไขแยกจากรอบ Public Training นี้
E02-SPE · 29 ตุลาคม 2569 · นครราชสีมา
ทำให้ความเสี่ยงเป็นตัวเลขที่ใช้ตัดสินใจได้ แจ้งโจทย์ที่ต้องการพัฒนาและจำนวนผู้เข้าอบรม เพื่อขอรายละเอียด ที่นั่ง และใบเสนอราคาประกอบการอนุมัติ